ทายาท แมนยู หน้าทารก

ทายาท แมนยู หน้าทารก
ทายาท แมนยู หน้าทารก

ทายาท แมนยู หน้าทารก

ทายาท แมนยู หน้าทารก ก่อนอื่นขอสารภาพตามตรงในฐานะผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจแดงคนหนึ่งว่าผมไม่ค่อยเชื่อมั่นในศักยภาพของกุนซือปีศาจแดงคนปัจจุบันสักเท่าไหร่

    เฉพาะอย่างยิ่งหากคิดจะห้ำหั่นกับ ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ เพื่อทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนมา ขอบอกว่าทั้งฝีมือ และประสบการณ์ รวมถึงบารมีของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังเป็นรอง เจอร์เก้น คล็อปป์ กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยู่หลายช่วงตัว

    หากพ่อใหญ่แห่ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่มากด้วยบารมีบรมก็คงเป็นเรื่องยากที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะทวงคืนความเกรียงไกรกลับมาโดยเร็ววัน

    อย่างไรก็ตาม

    ผลงานโดยรวมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ใน 14 เกมล่าสุดของทุกรายการสามารถใช้คำว่า “ไฉไลเป็นบ้า” ได้อย่างไม่ขัดเขิน

    คือนับตั้งแต่ที่พลาดท่าพ่ายแพ้ เบิร์นลี่ย์ แบบ “คาบ้าน” ด้วยสกอร์ 0-2 เมื่อปลายเดือนมกราคมจนผนังตูดของน้าลูกอมร้อนผะผ่าว – พลพรรคปีศาจแดงเหมือนกลับชาติมาเกิดใหม่ โดยไม่แพ้ใครมาแล้ว 14 นัดติดต่อกัน…ซะอย่างนั้น

    ใน 14 เกมที่ไร้พ่ายจัดเป็นชัยชนะ 10 นัด ถล่มตาข่ายได้ถึง 35 ดอก และถูกแย่งไปแค่ 4 ประตูเท่านั้น แถมยังทำอะไรที่พากย์อังกฤษว่า “คลีนชีต” ได้ถึง 10 นัด

    เข้าใจครับว่าหลายเกมเป็นชัยชนะที่มีต่อคู่แข่งต่ำศักดินากว่า ไม่ใช่เรื่องที่ต้องดีใจอะไรมากมาย

    ตัวอย่างเช่นเกมบุกถล่ม ทรานเมียร์ โรเวอร์ส 6-0 ใน เอฟเอ คัพ หรือเกมที่เปิดบ้านอัด คลับ บรูซ 5-0 ใน ยูโรปา ลีก

    คือมันเป็นชัยชนะตามเชิง ด้วยคุณภาพและชาติตระกูลของทีมที่สูงกว่าหลายขุมอยู่แล้ว

    แต่ในเมื่อเจอทีมที่มีอัตราความอู๊ดดี้สูง แล้วคุณสามารถเอาถังแก้สยัดเข้าไปในรูดาร์กซ์ของพวกเขา ก่อนกระหน่ำยิงแบบไม่เลี้ยงจนถังขี้ระเบิด ตายอนาถบนฟอร์มการเล่นที่เปล่งปลั่งอย่างน่าสยดสยอง

    มันก็แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของคุณมิใช่หรือ

    ไม่เพียงแต่จะเคี้ยวหมู ยังมีอยู่ 2 เกมใน 14 นัดล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยัดเยียดความปราชัยให้คู่แข่งในวรรณะเดียวกัน หรือเหนือกว่าได้สำเร็จ

    พวกเขาบุกไปเชือด เชลซี ถึงถิ่น และกำราบ แมนฯ ซิตี้ ในบ้าน ด้วยสกอร์เดียวกันคือ 2-0

    ผลงานโดยรวมของพลพรรคปีศาจแดงนับตั้งแต่เดือนมกราคมโสภาและสถาพรขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    ถามว่าเพราะอะไร ???

    หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คือการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

    ดาวเตะค่าตัว 47 ล้านปอนด์ผู้นี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีชีวิตชีวาพลางอุดมด้วยประสิทธิ์ภาพมากยิ่งขึ้น ยังยกระดับการเล่นของเพื่อนร่วมทีมให้สูงตามขึ้นด้วย

    ก่อนหน้านี้พวกเขามักมีปัญหาในการ “ตบเด็ก”

    บ่อยครั้งที่ดันถูก “เด็กตบ” จนหัวคะมำ ผิดกับเวลาเจอทีมระดับพญายักษ์ด้วยกันที่มักจะทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมซะอย่างนั้น

    ประหนึ่งปล้นแต้มจากทีมใหญ่แล้วเอาไปแจกให้ทีมเล็กๆ มองเผินๆ เหมือนเป็นเรื่องลี้ลับ แต่ความจริงมันมีเหตุผลมารองรับโดยสามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์นะครับ

    ไอ้ที่เจอทีมใหญ่แล้วผลงานออกมาไฉไล เพราะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะเน้นเกมรับเป็นพิเศษ

    บางนัดก็ปรับระบบการเล่นจาก 4-2-3-1 เป็นระบบ “หลังสาม” เพื่อความเหนียวแน่นมากขึ้นในเกมรับ แล้วหาจังหวะสวนกลับฉับพลัน โดยอาศัยความจัดจ้านและปราดเปรียวของแผนกเกมรุกที่มีพยาธิตัวจี๊ดในลำไส้ให้เป็นประโยชน์

    กลับกันเมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่ถอยลงไปตั้งรับแบบเอารถดูดส้วมมาจอดขวางหน้าประตู แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะประสบปัญหาในการเจาะเกมรับ และไม่มีปัญญาทำลายตาข่ายให้สิ้นซาก

    เหตุเพราะเกมรุกไม่มีความหลากหลาย ไร้พุทธิไอเดีย และไม่มีประสิทธิ์ภาพมากเพียงพอนั่นแหละ

    ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขได้ในระดับหนึ่งเรียบร้อย เมื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เข้ามาสวมบทเพลย์เมคเกอร์

    ดาวเตะชาวขนมฝอยทองผู้นี้ นอกจากจะเป็นผู้เล่นที่มีความคิดสร้างสรรค์ เขายังมีความกล้าได้กล้าเสีย เวลาได้บอลทำเกมรุก แม้จะออกบอลง่ายๆ ไม่เห็นแก่ตัว หากพบช่องว่างในการโจมตีเมื่อไหร่ก็จะวัดทุกจังหวะแทนที่จะเคาะบอลไปเคาะบอลมา หรือเล่นแบบเพลย์เซฟเหมือนผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันคนอื่นๆ

    เมื่อบวกกับการกลับมาจากอาการบาดเจ็บของ ปอล ป็อกบา และ มาร์คัส แรชฟอร์ด มันยิ่งช่วยให้เกมรุกของปีสามง่ามมีความแพรวพราวสอดไส้ความเดือดดาลมากขึ้นเหมือนอย่างที่เห็นในเกมที่ถล่ม เชฟฯ ยูไนเต็ด นั่นแหละ

    นับตั้งแต่ฟุตบอลกลับมา มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปอล ป็อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส สามารถประสานงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืนมากกว่าการชิงดีชิงเด่นกันเอง

    ว่าแล้วขอย้อนกลับไปที่ย่อหน้าแรกอีกครั้ง นั่นคือศักยภาพของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    แน่นอนว่าศักยภาพในการเป็นกุนซือของเขาด้อยกว่าทั้ง เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แบบไม่ต้องสงสัย

    แต่ก็แปลกดีอยู่เหมือนกันที่กุนซือผู้อ่อนพรรษาอย่างอีน้าแกกลับเอาชนะกุนซือระดับมหาดาราอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, โชเซ่ มูรินโญ่, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, เบรนแดน ร็อดเจอร์ส, โธมัส ทูเคิ่ล และ อันโตนิโอ คอนเต้ (อุ่นเครื่องเก่อนเปิดซีซั่น) แถมยังพลาดท่าพ่ายแพ้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เพียงแค่ครั้งเดียวจากการเผชิญหน้ากันทั้งหมด 3 ครั้ง

    มิเพียงเท่านั้น

    น้าลูกอมยังทำให้นักเตะที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็น “ของปลอม” จากบราซิล สาขาเซิ่นเจิ้น อย่าง เฟร็ด กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญ เช่นเดียวกับปลุกวิญญาณของ เนมานย่า มาติช ให้กลับคืนสู่ร่างเดิมอีกครั้ง

    อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็กระหน่ำไปแล้วคนละ 14 ประตูในพรีเมียร์ลีก และ 19 ประตูในทุกรายการ ซึ่งถือว่าเป็นการยิงได้มากที่สุดของทั้งคู่นับตั้งแต่สวมเครื่องแบบนักรบพันธุ์อสูร

    ดาวรุ่งจากโรงเรียนลูกกรอกคะนองหลายคนก็ดูมีแวว

    ผลงานของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ใน 14 เกมที่ผ่านมาบอกเราว่า…

    1. เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีความหลากหลาย ดุดัน และทรงประสิทธิภาพมากขึ้น

    2. เกมรับเหนียวแน่นขึ้นจนเสียประตูยาก และแพ้ยากมากขึ้น (แม้บางประตูที่เสียจะเป็นการเสียแบบไม่น่าเสียก็ตาม)

    3. สามารถพิชิตทีมใหญ่ในระดับเดียวกันด้วยการใช้เหลี่ยมเล่ห์และกลยุทธ์จากมันสมองของผู้จัดการทีม

    ฉะนั้น & ฉะนี้

    เมื่อตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน โดยไม่อคติมากเกินไป

    บางทีผมคงต้องกระทืบภาพเก่าๆ หลังจากที่คุณพี่เขาได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมปีศาจแดงแบบถาวรแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงผลงานอันน่าถอนใจพลางทำสถิติที่ห่วยแตกทิ้งไปแล้วเปิดใจให้โอกาสผู้จัดการทีมคนนี้ไปแบบยาวๆ ก่อน

    เกมล่าสุดที่เกือบเอาตัวไม่รอด ด้วยคิดมาก จัดทีมชุด 2 ลงไปจนต้องกระเสือกกระสนและดิ้นรนอย่างจงหนัก พี่แกแก้ตัวได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วยระบบการเล่น 2-2-6 ที่มีกองหน้าทั้งหมดถึง 4 ตัว

    เห็นแบบนี้แล้วก็อย่ารอช้า เบื้องบนมีหน้าที่หาอาวุธให้คุณพี่เขาอย่างครบครันมากที่สุด

    ในเมื่อฝีมือและบารมีเป็นรองกุนซือระดับอ๋องคนอื่นๆ มันก็ต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ทีมด้วยผู้เล่นระดับตีนพระกาฬ เพื่อลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำระหว่างตัวเขากับกุนซือของ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ ให้ได้มากที่สุด

    ผมยังไม่กล้าบอกหรอกครับว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นี่แหละคือคนที่ใช่

    ผมยังไม่กล้าบอกหรอกครับว่าเขาคือทายาทอสูรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในใบหน้าแบบทารก

    เพียงแต่สิ่งที่จะทำต่อไป คือรอดูอย่างใจเย็นพร้อมความหวังที่ปะทุอยู่ในดวงหฤทัย อิอิอิ